ทำบุญ 9 วัด ไหว้พระ เสริมดวง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ทำบุญ 9 วัด ไหว้พระ เสริมดวง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ช่วงวันหยุดนี้ ใครยังไม่ได้มีแผนจะไปเที่ยวทำบุญต่างจังหวัดไกลๆ เราชวนมา เที่ยวกรุงเทพ ทำบุญ ไหว้พระ 9 วัดในกรุงเทพ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เสริมดวง เพิ่มสิริมงคลให้ชีวิตด้วยการทำบุญ ไหว้พระ ในวันหยุดนี้ ตามคติความเชื่อของคนไทยต่อทั้ง 9 วัด ตามนี้ได้เลยค่ะ…

ทำบุญ 9 วัด ไหว้พระ ในกรุงเทพ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร

วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร

วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยเจ้าพระยานิกรบดินทร (โต) สมุหนายก (โต กัลยาณมิตร) ในปี พ.ศ.2368 ค่ะ วัดตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งธนบุรี บริเวณปากคลองบางกอก สำหรับการไปไหว้พระที่วัดนี้จะมีคติอยู่ว่า “เดินทางปลอดภัยมีมิตรไมตรีที่ดี” นั่นเองค่ะ

เมื่อเข้ามาในวัดแล้ว ควรจุดธูปเทียนบูชาพระก่อน ตามลำดับที่ทางวัดตั้งไว้ แล้วจึงเดินเข้าไปภายในพระวิหารหลวง เพื่อกราบนมัสการ หลวงพ่อโต หรือ พระพุทธไตรรัตนนายก หรือเรียกตามแบบจีนว่า หลวงพ่อซำปอกง เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยองค์ใหญ่ซึ่งมีแค่ที่วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหารแห่งนี้ และอีก 2 ที่คือ วัดพนัญเชิง พระนครศรีอยุธยา และ วัดอุภัยภาติการาม ฉะเชิงเทรา 3 วัดเท่านั้นในประเทศไทย

  • ที่อยู่ : ซอยอรุณอมรินทร์ 6 ถนนอรุณอมรินทร์ เเขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี กรุงเทพฯ
  • พิกัด : https://goo.gl/maps/2FQvpPyXdhMKfzBu7
  • เปิดให้เข้าชม : 08.00-16.00 น.
  • โทร : 08-6709-2829
  • เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/WatKanlayanamitra

วัดอรุณราชวรารามวรมหาวิหา

วัดอรุณราชวรารามวรมหาวิหา
วัดอรุณราชวรารามวรมหาวิหา

เป็นที่รู้กันอยู่ค่ะว่า มาไหว้พระ 9 วัดครั้งไหนๆ ก็ต้องมาที่ วัดอรุณราชวรารามวรมหาวิหาร หรือ วัดแจ้ง ด้วยทุกครั้งไป เพราะคนไทยเรามีคติความเชื่อที่ว่า การมาไหว้พระวัดอรุณนั้น จะทำให้ “ชีวิตรุ่งโรจน์ทุกคืนวัน” นั่นเองค่ะ

วัดอรุณราชวรารามวรมหาวิหาร เป็นวัดโบราณที่สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา ว่ากันว่าเดิมเรียกว่า วัดมะกอกนอก ที่ชื่อวัดแจ้งนั้น เพราะมีความเชื่อที่ว่า ตอนที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทำศึกเสร็จแล้วยกทัพกลับมาพระนคร ถึงวัดอรุณเป็นเวลาเช้าพอดีนั่นเอง แม้เป็นความเชื่อที่แพร่หลาย แต่ความเชื่อนี้ไม่ถูกต้อง เพราะเพลงยาวหม่อมภิมเสน วรรณกรรมสมัยอยุธยาที่บรรยายการเดินทางจากอยุธยาไปยังเพชรบุรี ได้ระบุชื่อวัดนี้ไว้ว่าชื่อวัดแจ้งมาตั้งแต่ช่วงเวลานั้นแล้วค่ะ

ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้บูรณปฏิสังขรณ์วัดอรุณ และอัญเชิญ พระบรมราชสรีรางคารของรัชกาลที่ 2 มาบรรจุที่พุทธอาสน์ของพระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก พระประธานในอุโบสถ และพระราชทานนามวัดใหม่ว่า “วัดอรุณราชวราราม” ที่นี่จึงได้ถือว่าเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 2 อีกด้วยค่ะ

วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร

วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร
วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร

วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร เป็นวัดโบราณที่สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาค่ะ เดิมมีชื่อว่า วัดบางว้าใหญ่ ที่นี่เป็นวัดอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระเทพสุดาวดี (สา) พระเชษฐภคินีของรัชกาลที่ 1 ได้ทรงบูรณปฏิสังขรณ์วัดร่วมกัน และได้ขุดพบระฆังลูกหนึ่ง ซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้นำไปไว้ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยทรงสร้างระฆังชดเชยให้วัดบางว้าใหญ่ 5 ลูก จากนั้นได้พระราชทานนามวัดใหม่ว่า “วัดระฆังโฆสิตาราม” นั่นเองค่ะ

และเมื่อเอ่ยถึงวัดระฆัง หลายๆ คนต้องนึกถึง สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) พระมหาเถระรูปสำคัญ ที่ได้รับความเคารพนับถืออย่างมากในประเทศไทย ซึ่งท่านเคยดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหารในสมัยรัชกาลที่ 4-5 ค่ะ

สำหรับวัดระฆังโฆสิตารามนั้น คนนิยมมากราบไหว้บูชา ปล่อยนกปล่อยปลาที่นี่ค่ะ ด้วยคติและความเชื่อที่ว่า มาทำบุญที่วัดระฆัง จะทำให้ “มีชื่อเสียงโด่งดัง คนนิยมชมชอบ” นั่นเอง

วัดอมรินทรารามวรวิหาร

วัดอมรินทรารามวรวิหาร
วัดอมรินทรารามวรวิหาร

วัดอมรินทราราม วรวิหาร สร้างขึ้นประมาณ พ.ศ.2200 ไม่ปรากฏว่าผู้ใดเป็นผู้สร้าง เดิมทีมีชื่อวัดว่า วัดบางว้าน้อย ตั้งคู่กับ วัดบางว้าใหญ่ หรือ วัดระฆังโฆสิตาราม นั่นเอง อีกทั้งคนไทยเรามีคติความเชื่อที่สืบต่อกันว่า การมาไหว้พระที่ วัดอมรินทราราม วรวิหาร จะทำให้ “พระอินทร์ประทานพรให้ปลอดภัยจากอันตรายใดๆ ทั้งปวง” อีกด้วยค่ะ

จุดที่น่าสนใจภายในวัดอยู่ที่ วิหารหลวงพ่อโบสถ์น้อย ซึ่งมีพระประธานคือ หลวงพ่อโบสถ์น้อย เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นศิลปะแบบสุโขทัย ปางมารวิชัยลงรักปิดทอง เป็นสถานที่ที่ผู้คนนิยมมากราบสักการะขอพรจากหลวงพ่อกันเป็นจำนวนมาก

ด้วยความศักดิ์สิทธ์ของหลวงพ่อตั้งแต่ในครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2 ตอนที่ระเบิดลง ภายในวัดนี้เสียหายพังพินาศหมด เนื่องจากวัดอยู่ติดกับสถานีรถไฟพอดี คงเหลือไว้แต่เพียงวิหารหลวงพ่อโบสถ์น้อย และมณฑปพระพุทธบาทจำลอง ที่รอดพ้นภัยมาได้ แต่ด้วยแรงระเบิดจึงทำให้เศียรของหลวงพ่อร้าว แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรหลวงพ่อโบสถ์น้อยได้นั่นเองค่ะ

  • ที่อยู่ : ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ
  • พิกัด : https://goo.gl/maps/uYc63qJMpoiCqLvKA
  • เปิดให้เข้าชม : 08.00-17.00 น.

วัดสุวรรณารามราชวรวิหาร

วัดสุวรรณารามราชวรวิหาร
วัดสุวรรณารามราชวรวิหาร

วัดสุวรรณาราม ราชวรวิหาร ตั้งอยู่ริมคลองบางกอกน้อยฝั่งตะวันตกค่ะ เป็นวัดสมัยกรุงศรีอยุธยา แต่เดิมชื่อว่า วัดทอง ต่อมารัชกาลที่ 1 ทรงสถาปนาขึ้นใหม่ทั้งพระอาราม และพระราชทานนามว่า “วัดสุวรรณาราม”

วัดสุวรรณาราม นี้เคยปรากฏในพระราชพงศาวดารสมัยกรุงธนบุรีว่า คราวที่พม่ายกกองทัพมาตีเมืองพิษณุโลก พระเจ้าตากสินมหาราชจะยกกองทัพไปช่วย จึงโปรดให้ถามเชลยศึกพม่าที่จับมาได้จากค่ายบางแก้วว่าจะสมัครใจไปช่วยรบพม่าด้วยหรือไม่ แต่เชลยศึกพม่าตอบปฎิเสธ พระเจ้าตากสินจึงจับเชลยศึกพม่าจากค่ายบางแก้วไปประหารชีวิตทั้งหมดใกล้ๆ วัด

อีกทั้งยังมีเรื่องเล่าว่าในอดีต มีผู้พบเห็นม้าสีขาวตัวหนึ่งวิ่งวนรอบพระอุโบสถ จึงเชื่อกันว่าพระศาสดาคงโปรดม้า ใครที่มาบนบานขออะไรที่วัดมักจะประสบความสำเร็จ และงนิยมมาแก้บนด้วยการนำผ้าขาวม้ามาผูกเอวและวิ่งวนรอบพระอุโบสถ 3 รอบ พร้อมกับส่งเสียงเหมือนม้าร้องไปด้วย เรียกว่า “วิ่งม้า” ค่ะ

วัดคฤหบดี

วัดคฤหบดี
วัดคฤหบดี

วัดคฤหบดี เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาใกล้กับบ้านปูน เชิงสะพานพระราม 8 ค่ะ เป็นวัดที่พระยาราชมนตรีบริรักษ์ (ภู่) ต้นสกุลภมรมนตรี เป็นผู้สร้างในปี พ.ศ.2367 มี พระพุทธแซกคำ เป็นพระประธานประดิษฐานในพระอุโบสถ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปเนื้อทองคำโบราณ ปางมารวิชัยสมัยเชียงแสน เป็นพระพุทธรูปคู่เมืองแห่งราชอาณาจักรล้านนาที่งดงาม

เนื่องจาก เจ้าพระยาบดินทรเดชาเป็นแม่ทัพไปปราบกบฏเวียงจันทน์ ได้จับกุมเจ้าอนุวงศ์ กษัตริย์เวียงจันทน์มากรุงเทพฯ พร้อมอัญเชิญ พระพุทธแซกคำ นำมาทูลเกล้าถวายพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และได้ประดิษฐานอยู่ที่วัดคฤหบดีจากนั้นเป็นต้นมาค่ะ การมาไหว้พระที่วัดแห่งนี้ คนไทยเรามีคติความเชื่อที่ว่า “เสริมโชควาสนา บารมี ดุจดั่งทอนพคุณ เคียงคู่แก้วมรกต” นั่นเองค่ะ

วัดราชาธิวาสวิหาร

วัดราชาธิวาสวิหาร
วัดราชาธิวาสวิหาร

วัดราชาธิวาสวิหาร เป็นพระอารามหลวงฝ่ายธรรมยุต ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งพระนคร ในสมัยรัชกาลที่ 4 ได้ทรงปฏิสังขรณ์ใหม่แล้วพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดราชาธิวาสวิหาร” มีความหมายว่า “วัดอันเป็นที่ประทับของพระราชา” เป็นวัดแรกที่ถือกำเนิดคณะสงฆ์ ธรรมยุติกนิกายค่ะ โดยมีคติความเชื่อที่เดิมว่า การมาไหว้พระที่วัดแห่งนี้จะทำให้ “มีลาภยศที่ยิ่งใหญ่ ดุจพระราชา”

ภายในวัดโดดเด่นด้วย พระอุโบสถ ซึ่งเป็นทรงขอมคล้ายนครวัด ออกแบบโดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ มีห้อง 3 ตอนคือ ห้องหน้าเป็นระเบียง ห้องกลางเป็นห้องพิธี มีพระสัมพุทธพรรณีเป็นพระประธาน มีเศวตฉัตร 9 ชั้น ซึ่งได้รับพระราชทางจาก รัชกาลที่ 5 และด้านหลังของพระประธานเป็นซุ้มคูหาค่ะ

นอกจากนี้ยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในแสดงเรื่องพระเวสสันดรชาดก สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงเป็นผู้ร่างภาพ และ ศ.ซี.ริโกลี (C.Rigoli) จิตรกรชาวอิตาเลียน เป็นผู้เขียนด้วยการใช้สีปูนเปียก (Fresco) ซึ่งมีความสวยงามต่างจากภาพจิตรกรรมฝาผนังในวัดอื่นๆ

วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร

วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร
วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร

วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่โบราณ เดิมเชื่อ วัดสมอแครง มีมาก่อนสร้างกรุงศรีอยุธยาเลยทีเดียวค่ะ ต่อมารัชกาลที่ 4 ทรงยกวัดให้เป็นพระอารามหลวง และพระราชทานนามใหม่แก่วัดว่า “วัดเทวราชกุญชร” ซึ่งแปลว่า “ช้าง” (กุญชร) ของพระอินทร์ (เทวราช)

ในการมาไหว้พระที่วัดนี้มีคติว่า “มงคลเทพเทวดา มหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่และแข็งแกร่ง” ภายในวัดมี พระพุทธเทวราชปฏิมากร เป็นพระประธานในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปโลหะหล่อลงรักปิดทอง ปางมารวิชัย ฝีมือช่างสมัยทวารวดี ประดิษฐานบนฐานชุกชี ค่ะ

พระประธานในพระอุโบสถของวัดเทวราชกุญชรนับว่าแปลกกว่าวัดอื่น เนื่องจากพุทธศาสนิกชนนิยมถวาย “ผ้าไตร” แทนดอกไม้ธูปเทียน ได้สร้างความศักดิ์สิทธิ์ให้แก่การกราบขอพรพระศักดิ์สิทธิ์องค์นี้เป็นเท่าทวีคูณ และนับเป็นวัดแรกในประเทศไทยที่นำผ้าไตรมาเป็นเครื่องสักการะที่ได้รับความศรัทธาสูงสุดมาจนทุกวันนี้ อีกทั้งภายในมีจิตรกรรมฝาผนังที่งดงามและอยู่ในสภาพที่ได้รับการอนุรักษ์อย่างดี โดยตกแต่งด้วยสีน้ำเงินทะเลงดงาม

อีกทั้งภายในวัดยังเป็นที่ตั้งของ พิพิธภัณฑ์ไม้สักทอง วัดเทวราชกุญชรฯ ซึ่งเป็นอาคารทรงไทยแบบสถาปัตยกรรมจีน-โปรตุเกส สร้างด้วยไม้สักทอง ตามแบบดั้งเดิมทั้งหลัง ให้ได้ชมกันอีกด้วยค่ะ

  • ที่อยู่ : ถนนศรีอยุธยา แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพฯ
  • พิกัด : https://goo.gl/maps/XHeiqfeynJpJWg13A
  • เปิดให้เข้าชม : 08.00-18.00 น

วัดยานนาวา

วัดยานนาวา
วัดยานนาวา

วัดยานนาวา เดิมชื่อ วัดคอกควาย เนื่องจากมีชาวทวายมาลงหลักปักฐานอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และชาวทวายจะนำกระบือที่เลี้ยงไว้มาทำการซื้อขายแลกเปลี่ยนกันนั่นเองค่ะ ต่อมารัชกาลที่ 3 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์ และสร้าง เรือสำเภาพระเจดีย์ แทนพระสถูปเจดีย์ทั่วไป อีกทั้งด้านในของวัดยังมีพระบรมสารีริกธาตุพระพุทธเจ้าให้สักการะกราบไหว้กันอีกด้วย

การสร้างเรือสำเภาพระเจดีย์นั้นก็เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เห็นรูปแบบเรือสำเภาซึ่งกำลังจะหมดไปจากเมืองไทย จึงได้เปลี่ยนชื่อจากวัดคอกกระบือเป็น “วัดยานนาวา” นอกจากนี้ยังมีพระเจดีย์องค์ใหญ่และเล็กอยู่ในลำสำเภารวม 2 องค์ ที่ห้องบาหลีมีรูปหล่อของพระเวสสันดรกับพระกัญหา บริเวณท้ายเรือ มีรูปหล่อของชาลีประดิษฐานอยู่ อันเนื่องมาจากเนื้อความในมหาชาติคำหลวง นั่นเอง

สำหรับวัดนี้มีคติความเชื่อว่า “การค้าขาย การทูต เจริญรุ่งเรือง” ทำให้บรรดาพ่อค้า แม่ค้า ผู้ทำธุรกิจค้าขาย มากราบไหว้บูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลนั่นเองค่ะ